โครงการการประชุมวิชาการ "โภชนาการ’ 54"
Nutrition Conference 2011
Food and Nutrition: Emerging Challenges and Ways Forward
อาหารและโภชนาการ : ความท้าทายอุบัติใหม่และแนวทางสู่อนาคต
วันที่ 8-9 ธันวาคม 2554
ณ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ

…………………………….

              อาหารและโภชนาการเป็นปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ  การเปลี่ยนแปลงพร้อมกับการพัฒนาของประเทศไทยที่เกิดขึ้นในอัตรารวดเร็วส่งผลให้สถิติโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจในผู้ใหญ่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ปัญหาดังกล่าวในเด็กไทยกำลังเพิ่มขึ้นตามมาเช่นกัน  นอกจากนี้วิถีการดำรงชีวิตของคนไทยยังได้รับอิทธิพลจากโลกาภิวัฒน์และการพัฒนาในระยะ 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้แบบแผนการบริโภคอาหารและการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป   
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ คือการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งจะมีผลทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมต่อประชากรของภูมิภาค
               ความก้าวหน้าทางวิทยาการโภชนศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การอาหาร ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านโภชนาการ ที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคอุบัติใหม่ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ นอกเหนือจากความรู้เกี่ยวกับคุณค่าของสารอาหารและสารพันธภาพต่างๆ     การผสานองค์ความรู้สากลนี้ในการศึกษาและพัฒนาอาหารไทย  รวมทั้งการประยุกต์องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะเป็นงานที่ท้าทายยิ่งในระยะเวลาต่อไป
               การประชุมโภชนาการ’ 54 เรื่อง   “อาหารและโภชนาการ:    ความท้าทายอุบัติใหม่และแนวทางสู่อนาคต” (Food and Nutrition: Emerging Challenges and Ways Forward)        เป็นการจัดร่วมกัน ระหว่างสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นเวทีวิชาการสำหรับนักโภชนาการ นักกำหนดอาหาร แพทย์ พยาบาล นักเกษตร นักวิทยาศาสตร์การอาหาร ครู อาจารย์ และสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ได้ทบทวนองค์ความรู้และแนวทางการดำเนินงานด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพในบริบทของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

 

วัตถุประสงค์

  •                1. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554
                   2. เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านโภชนาการและอาหารเพื่อสุขภาพที่เป็นปัจจุบันและทันสมัย
                   3. เพื่อเสนอ และแลกเปลี่ยนการประยุกต์ความรู้ที่เป็นปัจจุบันในการปฏิบัติงานด้านอาหารและ โภชนาการ
                   4. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในหมู่นักวิชาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในการพัฒนาโภชนาการและอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับคนไทย ตลอดจนเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต

 

หัวข้อการประชุมที่สำคัญ

  •                - ASEAN 2015 and challenges in food and nutrition
  •                - ASEAN harmonization on food and nutrition regulation
  •                - Bio-diversity and environmental nutrition
  •                - Nutrient profiling
  •                - Nutrigenomics
  •                - Non-communicable chronic diseases+
  •                - Nutrition and diseases of the elderly
  •                - Nutrition policy in the next decade

 

รูปแบบการจัดการประชุม

               เพื่อให้การประชุมเกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้กำหนดรูปแบบการประชุมออกเป็น 3 แบบดังนี้

    •                - บรรยายพิเศษ
    •                - อภิปราย/เสวนา
    •                - นำเสนอผลงานวิจัย

 

วันที่และสถานที่จัดการประชุม

               วันที่  8-9 ธันวาคม 2554 ณ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพมหานคร

 

การลงทะเบียน

               ผู้เข้าร่วมประชุม ข้าราชการ พนักงานของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคคลทั่วไป ค่าลงทะเบียนคนละ 1,500 บาท ก่อนวันที่ 31 ตุลาคม 2554 (หลังจากวันที่ 31 ตุลาคม 2554 ค่าลงทะเบียนจะเป็น 1,800 บาท) นักศึกษา ค่าลงทะเบียนคนละ 1,200 บาท ก่อนวันที่ 31 ตุลาคม 2554 (หลังจากวันที่ 31 ตุลาคม 2554ค่าลงทะเบียนจะเป็น 1,400 บาท) รวมค่าเข้าประชุม ค่าเอกสาร ค่าอาหารว่างวันละ 2 ครั้ง และค่าอาหารกลางวันทุกวัน การประชุมครั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว ตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0409/ว.51 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2548

 

หน่วยงานที่รับผิดชอบ

               สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 

ผู้เข้าร่วมประชุม

               จากหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน ประมาณ  300 คน

 

-------------------------------------